Skip to content
Home » ครอบครัว ณรงค์ เดช pantip

ครอบครัว ณรงค์ เดช pantip

ครอบครัว ณรงค์ เดช pantip. นพ จำเลยที่ 2 เป็นบุตรของเกษม โจทก์ และเป็นคนในตระกูลณรงค์เดช เกษมคือปรมาจารย์ตระกูล นอกจากนี้ ตามที่ทั้งนายกฤชและนายกรณ์ให้การว่า ธุรกิจของครอบครัวดำเนินการในรูปแบบกิจการร่วมค้า อย่างไรก็ตามจำเลยที่ 2 ต้องรับภาระทางการเงินและการบริหารทั้งหมด ข้อตกลงนี้ไม่ถือเป็นหุ้นส่วน ด้วยความสุภาพและต้องแก้ไขให้ถูกต้อง

ครอบครัว ณรงค์ เดช pantip
ครอบครัว ณรงค์ เดช pantip

หลังจากการต่อสู้ทางกฎหมายมาเกือบสี่ปี

ณ วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ณพ ณรงค์เดช และสุรัตน์ จิรจรัสพร มีคำพิพากษาให้ “ยกฟ้อง” ในคดีเกี่ยวกับการใช้เอกสารปลอมโอนหุ้นจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง ณ ศาลอาญา (ชั้นต้น ). เกษม ณรงค์เดช โอนกรรมสิทธิ์ บริษัท โกลเด้น มิวสิค จำกัด ให้กับคุณหญิงกอแก้ว ปัจจุบัน Golden Music เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท Wind Energy Holding Company Limited ซึ่งคิดเป็น 38.6% ของหุ้นทั้งหมด

แต่ใครกันแน่ที่ถือหุ้นหมื่นล้านบาทใน ‘วินด์ เอ็นเนอร์ยี่’? จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ

ขณะที่ เกษม กฤษณ์ ณรงค์เดช ลูกชายคนโต และ กรณ์ ณรงค์เดช ลูกชายคนเล็ก อ้างว่าตระกูลณรงค์เดชถือหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ ตั้งแต่ปี 2558 คุณหญิงกอแก้ว และ นพ ณรงค์เดช (ลูกคนรองของเกษมและคุณหญิงกอแก้ว -กฎหมาย) ยืนยันว่าหุ้นเป็นของคุณหญิงกอแก้วตั้งแต่แรก

เมื่อไหร่เราจะรู้ความจริง? ในคดีหมายเลขดำที่อ. ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เอกสารปลอมในคดีโอนหุ้นโกลเด้น มิวสิค) ศาลอาญารัชดา (ศาลชั้นต้น) รับฟังข้อเท็จจริงเป็นทางออก และ สำนักข่าวอิศราขอนำคำให้การของโจทก์(เกษม ) จำเลยและพยาน โดยพื้นฐานแล้วมันเดือดลงไปดังต่อไปนี้

@’นพ’ ตกลงซื้อหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ จาก @’นพพร กรุ๊ป’

นพ ณรงค์เดช จำเลยที่ 2 ซื้อหุ้น 59.46% ของนพพร ทรัพย์พิพัฒน์ใน Wind Energy Holding Company Limited ผ่าน New A Company เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 BLE Energy Corporation Co., Ltd. รวมมูลค่า 700.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (2.3 พันล้านบาท) โดยในจำนวนนี้ 175.0 ล้านเหรียญสหรัฐถูกจ่ายสำหรับหุ้นของ New Energy Corporation และ 525.0 เหรียญสหรัฐเป็นการจ่ายโบนัส คนดีของสหรัฐอเมริกา

สำหรับการชำระค่าหุ้นของบริษัท New Able Energy Co., Ltd. (ถือหุ้นร้อยละ 100 โดย Dynamic Link Ventures Limited, Next Global Investment Co., Ltd. และ Symphony Partners RS Limited Co., Ltd.) คู่สัญญา สำหรับสัญญาทั้งสองนี้ได้ตกลงที่จะจ่ายเงินสดรวม 175,000,000 ดอลลาร์

เริ่มแรก มีข้อตกลงระหว่าง KPN Energy Holding Co., Ltd. (ซึ่ง Kris และ Nop ทำงานเป็นกรรมการ) และ Dynamic Link Ventures Limited (นพพรเป็นเจ้าของ) 89.25 ล้านดอลลาร์ของนพพรและ Next Global Investment Co., Ltd. วางแผนการชำระเงินกันยายน 2558

ข้อตกลงที่ต่ออายุ Symphony Partners Limited ของนพพรได้เซ็นสัญญามูลค่า 85.75 ล้านดอลลาร์กับ Fullerton Bay Investments Limited ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน

ยอดรวมพิเศษ 525,000,000 USD เป็นโบนัส ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินจนกว่าทุกโครงการจะสามารถขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือเสนอขายหุ้น IPO แก่ประชาชนทั่วไปได้ตามที่ระบุไว้ในวรรคท้ายของสัญญา ด้วยข้อตกลงทั้งสอง นพพรมีหน้าที่ต้องโอนหุ้นให้เร็วที่สุดหลังจากลงนาม

ลงทุน “วินด์ เอ็นเนอร์ยี่” @”เกษม” บอกใช้เงินครอบครัว

อย่างไรก็ตาม เกษมให้การว่า เมื่อปี 2558 ณพ (จำเลยที่ 2) มาปรึกษาเรื่องการซื้อหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ ซึ่งเกษมเห็นว่าน่าสนใจจึงให้ณพคุยกับกฤตย์และกร นภต้องการวิธีกระจายการถือครองทางการเงินของครอบครัว กฤตย์และกรจึงให้ยืมเงินเขาและนำทรัพย์สินของครอบครัวไปค้ำประกันเพื่อที่เขาจะได้ลงทุนในตลาดหุ้น

10 ล้านดอลลาร์เริ่มต้นมาจากบัญชีเงินฝาก ซึ่งประมาณ 330 ล้านบาท บัญชีที่ธนาคารเอบีเอ็น อัมโบร (ในสิงคโปร์) ร่วมกฤษ นพ และกร

ส่วนเพิ่มเติมอีก 500,000,000 บาท ได้มาจากการกู้ยืมเงินจากบริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ให้แก่บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด สัญญาในรูปแบบของเงินกู้ดังกล่าวเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น เงินจะถูกยืมไปให้กับ NOP เพื่อวัตถุประสงค์ในการซื้อหุ้นของ Wind Energy โดยด่วน

เกษมกู้เงินนพ จำเลยที่ 2 จำนวน 3 เท่า (รวมสองพันล้านบาท) เพื่อให้นพออกตั๋วแลกเงินประมาณสองพันล้านบาทโดยใช้เครดิตของตระกูลณรงค์เดช เมื่อนพหมดเงินและไม่สามารถชำระหนี้ตั๋วแลกเงินได้ กฤตย์และกร ทนายความของเกษมก็เข้ามาช่วยเหลือด้วยการกู้ยืมเงินจากบริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด

ส่วนเงินกู้ก้อนที่ 3 นอกจากนี้ ทางครอบครัวขอให้นำที่ดินจำนวน 10 แปลงที่เป็นของกฤตย์ จำเลยที่ 2 (นพ) และกร รวมทั้งทรัพย์สินของบริษัท ซี.พี.เอ็น.พี. (ประเทศไทย) จำกัด มาจดทะเบียนค้ำประกัน . นอกจากนำหุ้นของเขาไปจำนำกับบริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด สเตฟาน ลูกหนี้ของคริสมิทเชลได้นำหุ้นของบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 72,000,000 หุ้น

@ การอ้างสิทธิ์ ก่อนลงทุนในหุ้น Wind ฉันไม่รู้ว่ามีบริษัทชื่อ “Golden Music” อยู่

ตามคำขอของเกษม (โจทก์) ครอบครัวณรงค์เดชได้ให้จำเลยที่ 2 ชื่อ NOP ประมาณ 3,000,000,000 บาท เพื่อซื้อหุ้นใน Wind Energy

นพได้ทำสัญญาซื้อหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ จากนพพร คิดเป็นร้อยละ 59.46 ของหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ทั้งหมด เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560 โจทก์ (กฤตย์) และจำเลยที่ 2 (นพ) ทำสัญญาซื้อขายหุ้นในวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ กฤษณ์ได้รับหุ้น 24.5% และกรณ์ได้รับ 24.5% ของจำนวนหุ้นที่ซื้อ

ต่อมานพพรได้ยื่นฟ้องเกษม โจทก์เดิม นพ จำเลยที่ 2 และพวกเพิ่มอีก 13 คน ในความผิดฐานฉ้อโกงเจ้าหนี้ และได้ทราบว่าศาลปกครองพิเศษฮ่องกงได้ตัดสินคดีความที่เกษมพยายามขายหุ้นของบริษัทโกลเด้น มิวสิค ในวินด์ เอ็นเนอร์ยี่

เกษมจึงรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของบริษัท โกลเด้น มิวสิค ซึ่งก็ถือหุ้นบริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ แต่เกษม กฤตย์ และกรณ์ไม่รู้ว่านพแอบโอนกรรมสิทธิ์วินด์ เอนเนอร์ยี่ ให้กับจำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว)

เกษมค้นพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าก่อนที่เขาจะถือหุ้นในบริษัท โกลเด้น มิวสิค บริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด (เดิมคือ บริษัท นิว เอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด) ได้ทำสัญญาขายหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ ให้กับเขาในราคา 2,400,000,000 บาท แต่เขากลับ ไม่เคยจ่ายเงินจำนวนนั้น แต่มีความสุขโดยไม่รู้ตัวจากการเปิดตัวของ Golden Music Company

มีคนชื่อ @’Nop’ อ้างว่าเป็นนักลงทุนและผู้ดำเนินการ ‘Wind Share’ แต่เพียงผู้เดียว

แม้ว่าคุณหญิงกอแก้ว นพ และสุรัตน์ต่างก็ให้การว่านพพรไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบในการซื้อหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ แต่ต่างก็ใช้คำให้การของนพเป็นหลักฐานว่าตนเป็น Operator 2 (NOP) มาเป็นอันดับสอง กองทุนที่ลงทุนในการซื้อในตลาดหุ้น ไม่ใช่กิจการที่เกษมหรือณรงค์เดชมีส่วนได้ส่วนเสียทางการเงินแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้เงินและเงินกู้เป็นของจำเลยที่ 2 (นพ) (NOP) ทั้งสิ้น

ส่วนเหตุที่โจทก์ (เกษม) เป็นผู้ถือหุ้นเดิมในวินด์เอ็นเนอร์ยี่นั้น

เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการกู้ยืมเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำเลยที่ 2 (นพ) ได้ขายหุ้นในบริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด (ปัจจุบันเรียกว่า บริษัท นิวเอเบิ้ล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด) ให้แก่จำเลยที่ 1 ( แก๊ป) (คุณหญิงกอแก้ว).

เนื่องจากจำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว) ไม่เต็มใจที่จะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้า จำเลยที่ 2 (นพ) ขอให้โจทก์ (เกษม) ยืนแทนจำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว) ชั่วคราวต่อหน้าผู้ถือหุ้นของวินด์เอ็นเนอร์ยี่

โดยโจทก์ (เกษม) ไม่ต้องมีส่วนในการชำระค่าหุ้นหรือรับผิดชอบในหนี้สินใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าว โดยหุ้นใน Wind Energy จะโอนคืนให้แก่จำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว) ทันทีที่ก่อตั้ง ของบริษัทในต่างประเทศ

@ที่ไม่ใช่’ณรงค์เดช’ที่มาของเงินก้อนโต3ก้อนที่ใช้ซื้อหุ้นวินด์

เงินสำหรับลงทุนในหุ้น Wind เงินทุน 10 ล้านดอลลาร์แรกสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานมาจากสาขาของสิงคโปร์ที่ธนาคาร ABN Umbro และตามคำให้การของ Nap เงินดังกล่าวเป็นเงินกู้จากเงิน 30 ล้านดอลลาร์ที่ถืออยู่ในบัญชีร่วมที่ถือโดย สามพี่น้อง กิริฐนร นภ และกร จำเลยที่ 2 (NOP) ยืมเงินเพียงบางส่วนจาก 10 ล้านเหรียญที่ได้รับคืน และคืนเงินทุกบาททุกสตางค์

กฤตย์กับกรณ์เบิกความว่าสัญญากู้เงินกับบริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด 500 ล้านบาทเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น นี่เป็นการลงทุน ไม่ใช่เงินกู้ และเกิดขึ้นระหว่างบริษัท เคพีเอ็น แลนด์ และบริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง

แต่ดูเหมือนว่าในความพยายามที่จะทวงหนี้ บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด ได้เขียนจดหมายถึง Baker & McKenzie จ่ายดอกเบี้ยครบตามสัญญาจึงมีหลักฐานการชำระหนี้

จำเลยทั้งสามมีพยานเป็นกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน ส่วนหนี้ตามตั๋วแลกเงิน (2,000,000,000 บาท) มีการโต้แย้งกัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน โซลาริส ปรากฏตัวต่อหน้าศาลในฐานะพยานยืนยันว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม โซลาริส จำกัด ในปี 2558 ใช้กองทุนที่แตกต่างกันระหว่าง 10 ถึง 15 กองทุนเพื่อขายตั๋วแลกเงินให้กับบริษัทเคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง รวม 2 กองทุน พันล้านบาทไทย.

โจทก์ (เกษม) จำเลย (กฤตย์ และกรณ์) ไม่ใช่เพื่อนส่วนตัวของพยาน’ นอกจากนี้ มูลค่าของหลักทรัพย์จะเป็นปัจจัยตัดสินในกระบวนการคัดเลือก ความสามารถในการเป็นผู้นำในการบริหาร เมื่อประเมินว่าบริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ จะสามารถชำระหนี้ได้หรือไม่ พยานได้พูดคุยกับผู้บริหารและจำเลยที่ 2 (นพ)

อย่างไรก็ตามเครดิตของครอบครัวณรงค์เดชไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาเมื่อบริษัทเคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ตัดสินใจลงทุนในการขายตั๋วแลกเงิน ตั๋วแลกเงินที่ออกโดยบริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ครบกำหนดไถ่ถอนทั้ง ๆ ที่มีระยะเวลาการลงทุนประมาณ 1.5 ปี

โดย เกษม(โจทก์) มิได้เบิกความหรือถามค้านว่า เมื่อนำตั๋วแลกเงินมาชำระหนี้โจทก์ทำอย่างไร

เป็นไปได้ว่ามีเพียงกฤษณ์เท่านั้นที่ให้การว่านพยืมเงินจากบริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด เพื่อชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน และต่อมา สเตฟาน มิทเชลล์ ซึ่งเป็นหนี้กฤตย์จะสามารถยุติข้อพิพาทได้ จำนวนเงินที่เป็นหนี้ของ Krit จะต้องถูกลบออกจากยอดรวม

และมีเพียงจำเลยที่ 2 (NOP) เท่านั้นที่มีรายชื่อเป็นผู้กู้ในสัญญากู้เงิน

หลังจากสเตฟานขายหุ้นที่ค้ำประกันแล้ว จำเลยที่ 2 (นภ) จะมีเพียงทรัพย์สินที่กฤตย์และกรณ์เป็นเจ้าของเพื่อใช้ค้ำประกันเท่านั้น ลบจำนวนเงินที่ค้างชำระออกจากสัญญาทั้ง 4 ฉบับ

ต่อมา บริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด เขียนถึงจำเลยที่ 2 (นภ) แจ้งว่าสเตฟานได้รับมรดก พยานทุกคนในเอกสารดังกล่าวจะได้ยินว่าตอนนี้สเตฟานเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายสำหรับภาระผูกพันเหล่านี้ แทนที่จะเป็นบริษัท เอ็ม บี เค การันตี จำกัด ปัจจุบันสเตฟานเป็นหนี้จำเลยที่ 2 ชื่อนพ

ส่วนสเตฟานจะตามจีบกริช แต่นพ จำเลยที่ 2 ไม่ยอมทวงหนี้ใดๆ เลย ดังนั้นเกษมหรือกริชจึงเป็นผู้ร่วมลงทุน สิ่งเดียวคือคำให้การของกฤษณ์ไม่มีจุดหมาย คำถามคือสเตฟานจะเป็นหนี้กฤษจริงหรือไม่ และกฤษ จะทวงหนี้จำเลยที่ 2 (นภ) ได้หรือไม่ ดูไม่มีความสามารถในการฟัง

นอกจากนี้ การชำระเงินค่าหุ้นของสัญญาฉบับแรกจำนวน 89.25 ล้านเหรียญสหรัฐไม่ถือเป็นหลักฐานการลงทุน

กฤตย์เบิกความว่าพยานทราบว่า NOP จำเลยที่ 2 ได้ขายหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ ประมาณ 13% ให้กับ ประเดช กิตติอิสรานนท์ ตามราคาที่ระบุในสัญญาฉบับที่ 2 แต่เดิมตั้งใจจะนำเงินไปซื้อหุ้นจากนพพร แต่ต่อมาพยานระบุว่าหุ้นเป็นของตระกูลณรงค์เดชจริง ๆ จึงแบ่งได้เฉพาะภายในตระกูลเท่านั้น

นอกจากนี้ ปรากฏว่านายเกษมไม่มีเงินทุนในการเป็นหุ้นส่วนตามหลักฐานที่ปรากฏ โจทก์หรือตระกูลณรงค์เดชนั้นลงทุนอีก

ตระกูลนนท์-ณรงค์เดช @’ไทยพาณิชย์’ ปล่อยกู้ 3 หมื่นล

สำหรับคำกล่าวอ้างของเกษม (โจทก์) เกี่ยวกับการที่นพ (จำเลย) พึ่งพา (สินเชื่อ) ของเกษมในการค้ำประกันเงินกู้จำนวน 30,000 ล้านบาทจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำเลยโต้แย้งว่า NOP ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าต้องการเงินกู้ดังกล่าว

แม้นายกฤษณ์และกร โจทก์ให้การว่า พล.อ.ชยุต สุวรรณมาตย์ หลานชายของโจทก์ช่วยกู้เงินร่วมกับ น.พ. จำเลยที่ 2 , และ ด.ต.ณรงค์เดช ไม่ใช่ ผมไม่ได้พูดแทนผู้ต้องหาที่ 2 (นปพ.)

อย่างไรก็ตาม พยานของพล.อ.ชยุตเบิกความเพียงว่าพยานและจำเลยที่ 2 มีหน้าที่เจรจาเรื่องเงินกู้กับธนาคารในนามของโจทก์ โดยไม่มีพยานหลักฐานเพิ่มเติม นอกจากนี้ พยานยังมีเหตุเชื่อได้ว่าโจทก์ (เกษม) เป็นผู้ลงทุนในหุ้นบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ เนื่องจากชื่อบริษัทที่ถือหุ้นคือ KPN

ข้อมูลเครดิตของบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ ได้มาจากพยานจำเลย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า วงเงินสินเชื่อของบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ อยู่ในประเภทสินเชื่อโครงการ ซึ่งไม่เหมือนกับสินเชื่อทั่วไป

เงินกู้ยืมจากธนาคารจะใช้ในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมให้เสร็จ ธนาคารไม่สนใจพลเอกชยุตหรือครอบครัวณรงค์เดชจนกว่าจะขายไฟฟ้าให้กฟผ.ได้ อีกทั้งโจทก์ (เกษม) กฤตกร และครอบครัวณรงค์เดชไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยกู้ให้บริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ ทั้ง 8 โครงการ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการคิดเกี่ยวกับการขยายสินเชื่อ

@Wind Energy Co. Ltd. การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น. ยุติ ‘นพพร’ ไว้ที่นี่

คุณหญิงกอแก้ว นพ และสุรัตน์ จำเลยทั้งสามให้การว่า เหตุใดเกษม โจทก์จึงมีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ ทั้งที่ความจริงถือหุ้นโดยบริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งคุณนพเป็น ผู้ถือหุ้นรายเดียว

บริษัท KPN Energy Holding ซึ่งจำเลยที่ 2 (NOP) เป็นผู้ถือหุ้นแต่เพียงผู้เดียว และบริษัท Fuller Barton Bay Investments ซึ่งจำเลยที่ 2 (No.P) เป็นผู้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว ถือหุ้นในบริษัท KPN Energy (Thailand) Co., Ltd. .

สืบเนื่องจาก Symphony Partners Limited ของนพพรได้ยื่นฟ้องอนุญาโตตุลาการต่อบริษัท Fullerton Bay Investment Company ของจำเลยที่ 2 ในสิงคโปร์ โครงการ ‘วะตะแบก’ กำลังดำเนินการโดยบริษัทพลังงานลม ซึ่งลงทุนไปแล้ว 1,500,000,000 บาท และอีก 2,500,000,000 บาท พักไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ การให้เงินกู้

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ที่นพพรจะกลับเข้าสู่โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่นั้นซับซ้อน เนื่องจากเขาถูกตั้งข้อหาในคดีอาญาตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญาและฟ้องจำเลยที่ 2 (นพ) ให้ยกเลิกสัญญาซื้อขายหุ้น ใช่เลย ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่มีนโยบายที่จะให้เงินกู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องน. คดีที่ฟ้องตามมาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา.

เพื่อป้องกันไม่ให้นพพรกลับเข้าสู่โครงสร้างบริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ ธนาคารไทยพาณิชย์จึงถอนเครดิต

นอกจากนี้หากไม่สามารถจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ได้ภายในกำหนดก็จะถือว่าผิดสัญญาและถูกปรับและอาจถูกเลิกจ้างได้ โครงการพลังงานลมอีก 5 โครงการจะได้รับผลกระทบเช่นกัน

ดังนั้นจำเลยที่ 2 (นพ) จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปศาล บริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับอนุญาตให้ขายหุ้นในวินด์ เอนเนอร์ยี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างบริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ เพื่อป้องกันไม่ให้นพพรกลับเข้าสู่บริษัท ธุรกิจใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานลม

จำเลยที่ 2 (นภ) เข้าหาจำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว) เพื่อขอความช่วยเหลือในการซื้อหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ 59.46% และคุณหญิงกอแก้วตกลง ยี่ แต่ไม่อยากให้มันออกมาในที่โล่ง

และขอให้จำเลยที่ 2 (นพ) หาบุคคลที่ไว้ใจได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นแทนจำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว) นภจึงขอให้โจทก์ (เกษม) เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท วิน เอ็นเนอร์ยี่ แทนจำเลยที่ 1 ( คุณหญิงกอแก้ว) สักระยะหนึ่ง และจะรีบตั้งบริษัทต่างประเทศเพื่อโอนหุ้นออก ซึ่งจำเลยที่ 3 มีรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้คำให้การยืนยันเหตุผลเบื้องหลังการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น

เจ้าของสำนักงานกฎหมายให้การว่าวิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้นพพรกลับมาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ ได้อีกคือการขายหุ้นของบริษัท การขายนี้ต้องทำโดยสุจริตและยอมขาดทุน จ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง

เนื่องจากพยานรู้มาก่อนว่าจำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว) จะช่วยเหลือจำเลยที่ 2 (นพ) ซื้อหุ้น แต่ไม่มีเจตนาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว พยานให้การว่า เกษมเป็นตัวแทน ขณะที่เกษมต้องการเพียงลงนามในเอกสารหมายจ. 15 จำเลยที่ 2 คือ นภ โดยตนไม่รู้ด้วย

สำนักงานของพยานยังได้เตรียมเอกสารเกี่ยวกับการก่อตั้งบริษัท Golden Music Limited หรือที่เรียกว่า One Dollar Company ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง การรับโอนหุ้นจากโจทก์ (เกษม) และแนะนำวิธีการแลกเปลี่ยน หุ้นหรือแลกหุ้นเพื่อไม่ต้องเสียค่าหุ้น

เกษม โจทก์ จะเข้าเป็นผู้ถือหุ้นทางอ้อมของบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด โดยโอนหุ้นให้บริษัท โกลเด้น มิวสิค จำกัด ผู้ที่เกี่ยวข้อง: Golden Music, L.P.

หุ้นของ Golden Music Limited ตกเป็นของจำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว) เรียบร้อยแล้ว หลังจากบริษัท เคพีเอ็น เอ็นเนอยี (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันว่าได้ชำระ (คุณหญิงกอแก้ว) ครบจำนวน 2,400,000,000 บาท แล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน แม้ว่ารองผู้จัดการทั่วไปของธนาคารไทยพาณิชย์และพยานอื่น ๆ จากสำนักงานกฎหมายจะเป็นพยาน

จำเลยที่ 2 (นพ) คงจะเบิกความเฉพาะในส่วนที่ตนรู้และรับผิดชอบในฐานะผู้ให้สินเชื่อและสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายตามเอกสารหลักฐานที่ปรากฏ ไม่มีส่วนได้เสียอื่นใดที่จะยอมเสี่ยงเบิกความอันเป็นเท็จเพื่อช่วยเหลือจำเลย แต่ตนไม่มีความสัมพันธ์พิเศษกับจำเลยที่ 1 (คุณหญิงกอแก้ว) มีความเชื่อถือต่อคำพยานที่ให้ไว้

จริงหรือไม่ที่หุ้น @Wind เป็นสินทรัพย์ ‘พันธมิตร’? ศาลแพ่งคือที่ที่เราต้องคุยกันเรื่องนี้

โจทก์ได้ลงนามในเอกสารหลายฉบับในเวลาต่างๆ กัน ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2559 ไม่ใช่แค่เอกสารสามฉบับที่เป็นข้อพิพาทในคดีนี้ ดังปรากฏตามรายการเอกสารที่ยื่นเป็นตัวอย่างลายมือชื่อโจทก์และคำให้การของโจทก์ครั้งก่อนต่อศาลปกครองพิเศษฮ่องกง (เอกสารหมายเลข ล.30)

ท่านสามารถเลือกใช้หนังสือมอบฉันทะลงวันที่ 23 สิงหาคม 2559 หนังสือแจ้งการโอนหุ้นของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ลงวันที่ 25 เมษายน 2559 ตั๋วสัญญาใช้เงินลงวันที่ 25 เมษายน 2559 หรือผู้รับมอบฉันทะ หนังสือลงวันที่ 30 กันยายน 2559 ตราสารการโอนหุ้น ลงวันที่ 22 มีนาคม 2561 สัญญาซื้อขายหุ้น ลงวันที่ 22 มีนาคม 2561

หนังสือสัญญาซื้อขายหุ้นลงวันที่ 20 กันยายน 2559 The Wind Energy Holding Company, Ltd. ใบหุ้น เอกสารหลักฐานการโอนหุ้นให้แก่นางเอ็มมา นายธาน และผู้บริหารบริษัท นายอามัน วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือเอกสารหลักฐานการมอบอำนาจให้ขายหุ้นบางส่วนให้แก่นายประเดช ซึ่งในกรณีนี้จะใช้ในการบริหารงาน หุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด

การขายและโอนหุ้นให้ผู้บริหาร การขายและโอนหุ้นคืนให้จำเลยที่ 1 ซึ่งมีเพียงโจทก์เท่านั้นที่สามารถชี้ชัดได้ แต่เมื่อโจทก์ไม่มาเบิกความต่อศาลเพื่อแสดงข้อเท็จจริงตามฟ้อง พยานผู้เชี่ยวชาญต่างซักค้านกันจนฟังไม่ได้ความตามที่ได้วินิจฉัยไว้

ลายเซ็นทั้งสามเอกสารเป็นสาเหตุของความกังวล ซึ่งไม่แตกต่างกันถึงขนาดเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการปลอมลายมือชื่อที่จำเลยที่ 2 นำเงินของโจทก์และญาติไปลงทุนในหุ้นและเพื่อการอื่น เงินจะถูกยืม

แม้ว่าจำเลยที่ 2 จะเป็นบุตรของโจทก์ (เช่นเดียวกับณรงค์เดช) แต่โจทก์ก็ยังมีสิทธิได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายตามกฎหมายไทย นอกจากนี้ ตามที่ทั้งนายกฤชและนายกรณ์ให้การว่า ธุรกิจของครอบครัวดำเนินการในรูปแบบกิจการร่วมค้า อย่างไรก็ตามจำเลยที่ 2 ต้องรับภาระทางการเงินและการบริหารทั้งหมด ข้อตกลงนี้ไม่ถือเป็นหุ้นส่วน ด้วยความสุภาพและต้องแก้ไขให้ถูกต้อง

ความจำเป็นในการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น เป็นต้น สำหรับระยะเวลาดังกล่าว โจทก์จะเข้าจดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮล จำกัด เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ดังนั้นเอกสารเลขที่จ. 15 ถึง จ. 17 ในสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท โกลเด้น มิวสิค จำกัด และหนังสือแต่งตั้งตัวแทนที่โจทก์ยื่นเป็นพยานหลักฐานไม่อาจยอมรับได้ว่าเป็นของแท้

เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ยังมีข้อสงสัยการใช้เอกสารทั้งสามฉบับ จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม พิพากษายกฟ้องโดยควรยกประโยชน์ให้จำเลยที่สงสัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง กรณีหรือ 2497/2561(ดำ)และอ. ที่ 3518/2561 (สีแดง) ถูกฟ้องเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565

รายละเอียดการถือครองหุ้น ‘วินด์ เอ็นเนอร์ยี่’ มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ปรากฏอยู่ที่นี่ จากคำตัดสินของศาลอาญาชั้นต้น คงต้องดูกันต่อไปว่าการต่อสู้ของศาลอุทธรณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

ครอบครัว ณรงค์ เดช pantip
ครอบครัว ณรงค์ เดช pantip